| kukkai's profilekukkai's spacePhotosBlogLists | Help |
kukkai's spaceJanuary 02 2 ทริปสุดท้ายของเดือน ธันวาคม แระเป็น 2 ทริปสุดท้าย ของ ปี 2549ยังเต็มใจที่จะตามค้นหา
ว่าคนดี ๆ ที่มีรักจริงอยู่ที่ไหน
คอยที่จะเจอเค้า...แม้ไม่รู้เมื่อไหร่
*-*-*-*-*-*-*
ไม่ต้อง งง ... เพราะว่าวันนี้มาแปลกที่เริ่มต้นด้วยการตามหาอะไรอีกแล้ว
อยากจะบอกว่าด้านบนเป็นเนื้อเพลง ของ เพลง ทางเดินแห่งรัก
ได้ฟังไปฟังมา...รู้สึกเพราะดี
เลยทำให้คิดได้ว่ามนุษย์เรานี่เกิดมาเพื่อเดินทาง ... เกิดมาเพื่อค้นหาจิง ๆ
*-*-*-*-*-*-*-*
ผมก็อีกเช่น...กำลังเดินทางอยู่...เดินทางท่องเที่ยว...เดินทางค้นหาตัวเองแระใครอีกคนที่กำลังรอผมอยู่...
นอกเรื่องมาซ่ะนาน ... เอาเป็นว่ามาเข้าเรื่องเลยแระกัน
*-*-*-*-*-*-*
ก็คงรู้ ๆ กันอยู่ สเปซนี้ไม่มีเรื่องราวอะไรมากนัก
นอกจากความรู้สึกในใจ ... และเรื่องเที่ยว
เท่านั้นจิง ๆ .......
เริ่มจากไหนก่อนดีล่ะ .... เอาเป็นว่าไล่จากเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเลยล่ะกัน
****----****
วันที่ 16 -17 ธันวาคม 2549 * อช.เขาใหญ่ *
แค้มปิ้ง กอดหนาว ดูดาว บนลานกางเต็นท์ลำตะคอง
ทริปนี้ เป็นไปด้วยความสนุกสนาน เพราะว่ามีสมาชิกเยอะ มาก ๆๆๆ นับรวม ๆ น่าจะเกือบ 30 คนได้
และบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และ ผสมกับความหนาวเย็นมาก เพราะอากาศคืนนั้นประมาน 12 องศาได้
รวมทั้งลมก็พัดแรงมาก ๆๆ .... เลยรู้สึกว่าถุงนอนนั้นไม่เพียงพอต่อการทำชีวิตให้อบอุ่นจิง ๆ
หรือแม้แต่การจะใช้ แอลกอฮอล์ดื่ม ทำให้ร่างการนั่นอบอุ่น ก็มิอาจช่วยได้เลยจิง ๆ
เพราะนั่งกินกันตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนถึงตี 3 แล้ว ยังไม่รู้สึกเลย
ว่าความเมาเป็นไง ... (คิดในใจถ้าอยู่ในผับที่ กทม. นะ ป่านนี้ตูกลับบ้านเก่าไปแระ)
แต่ก็ดีใจนะ ที่ปีนี้ได้มาสัมผัสอากาศหนาว และก็นอนดูดาวที่เขาใหญ่ รู้สึกได้บรรยากาศไปอีกแบบจิง ๆ ...
****----****
วันที่ 23-24 ธันวาคม 2549 * สัตหีบ *
ดำดิ่งลึก สัมผัสเรือจม ... กับทะเลสวย ๆ ใกล้กรุงที่สัตหีบ
หลังจากห่างหายกับการดำน้ำลึกไปซ่ะนานหลายเดือน ... ก็เนื่องด้วยติดภารกิจอีกหลายเรื่อง
หลายอย่าง ... ทั้งเรื่องเรียน เรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ... ที่มีมากขึ้นตามตัวมา
แต่หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแระลงตัว ทริป การดำน้ำนี้จึงเกิดขึ้นมา
เริ่มจากสมาชิกทั้งหมด 5 คน ... คือประกอบด้วย ครูเติม พี่นุช พี่บี พี่เอ๋ แระผม
แต่เนื่องด้วยผมติดงานในวันเสาร์จึงต้องตามไปตอนเย็น เลยทำให้อดดำน้ำในวันเสาร์ไปโดยปริยาย
แต่ถึงจะดำน้ำแค่วันเดียว ... ก็รู้สึกมีความสุขมาก ๆ ...
เช้าวันอาทิตย์ที่ 24 ธันวา 49 ผมและพวกพี่ ๆ พร้อมกันลงเรือเนาวรัตน์ที่ท่าเรือสัตหีบ
โดยมีนักดำน้ำอีกจำนวนหนึ่งร่วมเดินทางไปกับเราด้วยในทริปนี้
สภาพอากาศตอนนั้นแดดจ้า ลมแรง คลื่นไม่แรงมากเท่าไหร่
แต่รู้สึกว่าหนาวมาก ๆๆๆ .....
เรือแล่นมาเรื่อย ๆ โดยมีครูเบิ้ม เจ้าของเรือเนาวรัตน์ ค่อยอธิบายจุดที่จะลงดำน้ำในวันนี้อย่างละเอียด
ซึ่งพวกเราก็คอยนั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
จุดแรกที่จะดำลงไปคือ เรือสินค้าเบรเมน (ชื่อเหมือนทีมฟุตบอลในเยอรมันเลย)
ครูเบิ้มบอกว่า มันเป็นเรือสัญชาติเยอรมันที่มาจมอยู่ในทะเลสัตหีบนี้
แระความตื่นเต้นของผมก็เพิ่มขึ้นอีก เมื่อไดฟ์แรกมาเร็วกว่าที่คิดไว้
ซึ่งตอนแรกครูเบิ้ม จะให้นักเรียนที่มาสอบ open water ลงก่อน
แต่ไป ๆ มา ๆ เปลี่ยนใจ ให้ fun dive อย่างเราลงก่อนซ่ะงั้น
แระจุดแรกที่ได้ลงคือ เรือจมเบรเมน กับความลึก 24 เมตร
ในใจก็กลัว ๆ ปนกับตื่นเต้นมาก ๆๆ ... พอได้ที่ประกอบอุปกรณ์ ใส่ชุด เสรดก็ได้เวลา
มนุษย์กบอย่างเราลงไปซ่ะแล้ว ... หลังจากกระโดดไปตู้มแรก รู้สึกเลยว่า หนาวคับ
แล้วก็กระแสน้ำแรงพอสมควรเลย ... หลังจากที่ ผม พี่บี และ ครูเติม ลงน้ำเสรดแล้ว
ก็ได้เวลาลงไปสำรวจเรือกัน ... การลงคือจะมีเชือกไว้ใต่ลงสู่ระดับ ไปเรื่อย ๆ จากท้ายเรือ
กลังจากลงไปได้สักพัก รู้สึกว่า ใต้ น้ำขุ่นมาก ๆ แล้วหูด้านซ้ายของผมก็เริ่มที่จะเคลียร์ไม่ได้
ลองทำดูหลายรอบ ๆ มาก ๆ รู้สึกเจ็บสุด ๆ แต่หลังจากไต่ระดับลงไปเรื่อย ๆ
ก็เริ่มรู้สึกหายปวด ... แล้วก็เริ่มดำสำรวจเรือ โดยไล่จากท้ายเรือไปยัง หัวเรือ
สิ่งที่เห็นเจอแต่ตะกอนน้ำครับ แล้วก็หอยเม่น ครับ ....
ซึ่งด้วยความกังวลว่าจะพลัดกันกับครูเติมแระพี่บี เลยไม่ค่อยได้สำรวจ มอง อะไรมากเท่าไหร่นัก
และพอสำรวจไปจนถีงหัวเรือ ... ก็ได้เวลาขึ้น ซึ่งเราได้ทำ safety stop กัน 3 นาทีก่อนขึ้นจากน้ำ
แระพอขึ้นมาบนเรือเสรดรู้สึกได้เลยว่า มีเลือดกำเดาออก ... ครูเติมบอกว่า เกิดจาก
อาการฟอส ( คืออะไรไม่รู้อ่ะ ) เส้นเลือดฝอยในจมูกเลยแตกนะ
หลังจากนั้นเสรด พักอีก 2 ชั่วโมงก้ได้ลงอีกไดฟ์ ซึ่งเป็นไดฟ์สุดท้ายของวันนี้
คราวนี้ระดับความลึก ที่ 9 เมตร บริเวณหน้าเกาะยีร้า ... ซึ่งที่นี้ได้พบทาก(nudi)
และปะการัง จำนวนหนึ่ง รวมไปถึง กัลปังหา (fancy) แล้วก็ปลาการ์ตูนอินเดียแดง
พอได้เวลาก็ขึ้นจากทะเล มุ่งหน้าสู่ฝั่ง
และก็ขับรถกลับบ้าน... เป็นอันจบทริปสุดท้ายของปี 2549 นี้
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ปล. ไว้มีโอกาสจะรวบรวมการเดินทางตลอดปี 2549 มาให้เพื่อน ๆ ได้ดูได้ชมกัน ... comming soon
December 03 ก็แค่เหงา ..................มันก็น่าแปลกนะ
ดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้มานั่งอัพสเปซอยู่คนเดียว
แล้วที่น่าแปลกอีกสำหรับเราก็คือ
มันคือสเปซ 2 อัน ใน 1 วัน
ซึ่งก็ไม่รู้ทำไมนะ
กับความรู้สึกในตอน ตี 2 กว่านี้
ที่ทำให้นอนไม่หลับ
แต่มารู้สึกตัวอีกที
ก็แค่รู้สึกเหงา ๆ นะ
นอนกลิ้งไปกลิ้งมา
คิดไปคิดมา เลยคิดได้ว่า
นี่เราเหงา อีกแล้ว เหรอ ...
เหงาใจเพราะใครบางคน
เหงาใจเพราะรู้สึกว้าเหว่
เหงาใจเพราะเดินทางน้อยลง
เหงาใจเพราะปัญหาหลายด้าน
เหงาใจเพราะเวลาที่มีให้กันมันน้อยลง
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
เหงาได้เหงาดี .... เหงามันไปเรื่อย ๆ
เหงาให้มันสุดชีวิตไปเลย
ก็ดีเหมือนกัน หนุกดี หนุกแบบแปลก ๆ
หนุกแบบเหงา ๆ หนุกแบบเซรง ๆ
หนุกแบบโลกส่วนตัว
หนุกแบบเรื่อยเปื่อย
หนุกแบบไม่อยากจะคิดอะไร
ปล่อยใจให้ล่องลอย
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ได้เดินตามความคิด .... ไล่ล่าหาความฝัน
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
เพ้อเจ้อไปเรื่อย ๆ .... อยู่กับโลกแห่งความฝัน
จมอยู่กับจินตนาการ
เดินทางตามหาความสุข
ในแบบโลกของเรา
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ปล่อยวางกับชีวิต .... ไม่อยากคิดอะไร
ปล่อยให้ชีวิตมันเดินไป
ตามทางของมันที่ควรจะเป็น
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ใครอยากจะทำอะไรก็ทำ .... อยากวิ่งตามอะไรก็ทำ
เราจะอยู่แบบนี้ .... อยู่อย่างปล่อยวาง
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ทุกคนมีโลกส่วนตัวทุกคน ... ขึ้นอยู่กับว่าโลกใบนั้นมันจะใหญ่สักแค่ไหน
คน ๆ นั้นตามหามันเจอหรือยัง ว่าอยากจะทำอะไร
*-*-*-*
หลายคนเจอ หลายคนไม่เจอ หลายคนกำลังตามหา
หลายคนเจอแล้วแต่คิดว่ายังไม่ใช่ ก็เลยตามหากันต่อไป
ตามหาบนโลกส่วนตัว โลกแห่งอารมณ์ของมนุษย์
ไม่เคยมีที่สิ้นสุด .... ไม่ว่าเค้าคนนั้นจะเป็นใคร
ก็ยังคงตามหา ค้นหา และอยากอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเองเสมอ
เปรียบเหมือนกับว่า มันคือกำแพง
กำแพงแห่งความแตกต่าง
กำแพงแห่งความนึกคิด กำแพงบนเส้นความรู้สึก
กำแพงของอารมณ์ กำแพงของหัวใจ
บางทีกำแพงนั้นสูง บางทีกำแพงนั้นหนา
ก็เปรียบเสมือนจิตใจของคนที่มีโลกส่วนตัวสูง
สูงจนอยากที่ใครบางคนจะเข้าไป
แต่ก็อีกเช่นกัน
เรื่องอารมณ์ของโลกส่วนตัวนั้น
ก็หลากความคิด ..... หลากความรู้สึก
เพราะมันคือโลกส่วนตัว
ที่อยากจะเข้าไปสัมผัส
ตราบใดที่กำแพงนั้นอยู่สูง และ หนาเกินไป
***************
-------*+*+*+*+*+*+*+*-------
Wall In Your Heart
-------*+*+*+*+*+*+*+*+*-------
เหงาไปเหงามา
คิดถึงทะเลอีกแระ
ทะเลที่รอคอยเราเสมอ
รอคอยเราตลอดเวลา
ไม่ว่าเราจะรู้สึกเช่นไร
ไม่ว่าจะเหงา เศร้า ว้าเหว่
หรือแม้ว่าคิดถึงใครบางคน
ทะเลนี่แหละคือเพื่อนที่ดีที่สุด
ในอารมณ์แบบนี้
เพราะทะเลคือ
เพื่อนที่รอคอยเราในทุกสภาวะอารมณ์
อยากจะบอกว่าตอนนี้ผมคิดถึงคุณนะ * ทะเล *
อีกไม่นานเราคงได้พบกัน
comming soom
/*/*/*/*/ +++++ */*/*/*/*/
3 เดือนแห่งการเดินทาง ค้นพบ และมีความสุขนานเท่าไหร่แล้วนะ ที่เราไม่ได้อัพสเปซอันนี้
นึกแล้วก็ราว ๆ 3 เดือนหน้าจะได้
แต่ที่ไม่ได้อัพสเปซนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า
ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยนะ
แต่กลับตรงกันข้าม ... ออกเดินทางจะแทบจะทุกอาทิตย์เลย
กับน้องเขียว มาสด้าโครโนส ของเราไง
รถคู่ใจกับความภาคภูมิใจแรกของเราในชีวิต
ที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรง แห่งการทำงาน
รู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก .....
แล้วก็ตั้งแต่มีน้องเขียวนี่ ก็ได้ทำให้
ค่าใช้จ่ายเพิ่งสูงขึ้นตามไปด้วยถนัดตา
เริ่ม ๆ จากค่าทางด่วน และ ค่าน้ำมัน
ประเมินคร่าว ๆ ตอนนี้ ก็เรียก ว่า
เราใกล้จะล้มละลายเข้าไปทุกที ๆ
แต่ไม่เป็นไร ตราบใดที่ยังมีแรง ก็ยังสู้อยู่
เพราะเราไม่อยากยอมแพ้อะไรง่าย ๆ อยู่แล้ว
แต่ก็นะ พอดีกว่า คุยเรื่องรถแล้วเซรง มาคุยเรื่องเที่ยวกันดีกว่า
เริ่มไงดีล่ะ เอาเป็นว่านะ
อยากจะเล่าเรื่องราวตลอดเวลาที่ผ่านมา 3 เดือน
ก็คงจะบรรยายไม่หมด เอาเป็นว่า
3 เดือนที่ผ่านมา ได้มีโอกาศไปเที่ยวที่
ระยอง เกาะเสม็ด
สัตหีบ หาดนางรำ
เชียงใหม่ ดอยสุเทพ งานพืชสวนโลก
แต่ก็ไม่รู้จะเล่ายังไงอ่ะ ก็อย่างที่บอกว่ามันมีเรื่องราวมากมาย
ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเราในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานี้
เอาเป็นว่าจะให้รูปเป็นคำตอบ สำหรับทุกอย่างแระกันนะ
จะใล่เรียงไปเรื่อย ๆ ๆๆ ติดตามชมพร้อมรูปกันเลย ๆๆ
August 13 การเดินทางของนักดำน้ำมือใหม่ป้ายแดงหลังจากไม่ได้อัพสเปซซ๋ะนาน
จนหลาย ๆ คนเริ่มหนีหาย
ก็ด้วยก่อนหน้านี้สมองตื้อ ๆ คิดอะไรไม่ค่อยออก
บางทีก็คิดออกนะ แต่ไม่รู้จะบรรยายออกมายังไง
จนวันนี้ได้ฤกษ์งามยามดี อารมณ์ดี
มีความรู้สึกดี ๆ และอีกหลายเรื่อง ดี ๆ ที่กำลังจะผ่านเข้ามาในชีวิต
ทำให้เรารู้สึกว่าโลกนี้ยังมีอะไรที่สวยงามอีกเยอะ ที่ยังรอให้เราค้นหา
ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ไปยังสถานที่ต่าง ๆ หรือแม้แต่การ
ค้นหาใจของมนุษย์คนหนึ่ง
ซึ่งไม่นานมานี้ก็ได้รู้จักกับผู้ ญ คนนึง ก็คุยกันมาได้สักพักแล้ว
รู้สึกดี ที่มีคนมาคอยแชร์ความคิด คุยกับเราแล้วรู้สึกสนุก
ทำให้เราอยากที่เรียนรู้ชีวิตของเธอคนนั้น
แต่ก็ไม่รู้นะ ว่าอนาคตจะเป็นยังไง พัฒนาไปได้แค่ไหน ก็คงต้องรอให้
เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์กันต่อ ไป แต่ยังไงก็ขอบคุณนะ ที่มีเธอเดินเข้าใน
ในชีวิตตอนนี้ ในยามที่เรารู้สึกเหงา มาก ๆ อย่างนี้
เพราะหลังจากผ่าน 7 เดือนที่แสนเหงา แสน ทรมาน มา
ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดีขึ้น .... อย่างว่านะ คนเราเวลารู้สึกมีความสุขแล้ว
เวลามองอะไรก็สวยงามไปหมด .............
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
แต่ก็อีกเช่นกัน ความสุขมาเยี่ยมเยียนเราแล้ว แล้วความสนุกล่ะ มาหรือยัง
อยากจะบอกว่า มาแล้ว แล้วก็สนุกมากด้วย กับประสบการณ์ที่เป็นครั้งแรกในชีวิต
จะอะไรซ๋ะอีกล่ะ ก็การดำน้ำไง แต่คราวนี้ไม่ได้ดำแบบสกินไดฟ์แบบเก่า ๆ อีกแล้วนะ
ตอนนี้ลงไปได้ลึกกว่าเก่า ลึก แบบ สคูบ้าไง ๆ ตอนนี้เรียนจบหลักสูตรแล้ว
ได้เป็นนักดำน้ำแบบสคูบ้ามือใหม่ป้ายแดงแบบ Open Water Diver เรียบร้อยแล้ว....
เรื่องราวเป็นยังไง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง
เรื่องราวมีอยู่ว่า
มีอยู่วันหนึ่งได้ไปเดินเล่นที่งานดำน้ำ ที่ศูนย์สิริกิต กับพี่ริน ก็เลยได้ไปสมัครเรียนดำน้ำซ่ะ
เรียนไปเรียนมา มีพี่บีอีกคนมาร่วมเรียนด้วย
เลยยิ่งสนุกไปกันใหญ่ พอเรียนภาคปฏิบัติในสระน้ำเสรด เกือบ 3 สัปดาห์
เราก็มีโอกาสได้ไปสถานที่จริงคือ พัทยา
เรื่องราวต่าง ๆ ของนักเดินทางอย่างผมจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง
***---***---***
5 สิงหาคม 2549
ผม พี่ริน พี่บี เราเดินทางออกจาก กทม. กันเวลา ตี 4 กว่า จุดมุ่งหมายแรกของเราคือ
ท่าเทียบเรือมารีน.... เราเดินทางมาถึงพัทยากันประมาน 6.20 น.
ซึ่งการดำน้ำวันแรกจะมีทั้งหมด 2 ไดฟ์ ซึ่งจะแบ่งเป็น ภาคเช้า และ ภาคบ่าย
สำหรับการดำวันแรกนั้น ผ่านไปด้วยดี เรามาดำกันที่เกาะสาก บริเวณด้านหน้า ซึ่งความลึกประมาน 7 เมตร
โดยช่วงเช้านั้น มีการฝึกทฏษฏีต่าง ๆ ใต้น้ำตามที่ได้เรียนมาจากครูเติม
ส่วนช่วงบ่าย ๆ ได้เป็นการดำสำรวจสิ่งต่าง ๆ ใต้ท้องทะเล
โดยกลุ่มของเราประกอบด้วย ผม พี่ริน พี่บี พี่อ้อ พี่ส้ม และ พี่ณี dive master และครูเติม Instructor
จุดที่เราจะไปกันคือ กองยาง ซึ่งที่นี่ที่ทำให้ผมได้พบกับปลานีโม่สายพันธ์อินเดียแดง
กำลังว่ายอยู่ในดอกไม้ทะเล ซึ่งน่ารักมากครับ ... แล้วเราก็ดำสำรวจต่อไปเรื่อย ๆ ไปเจอกับเจ้าปลาหมึกอ๊อกโตพุสครับ
นอนหลบอยู่ใต้ปะการัง แล้วก็ได้เห็นเจ้าม้าน้ำตัวน้อยที่น่ารักมาก ๆๆ ..... ต่อด้วยเจ้านี่เลยครับ sea colomber (ไม่รู้ถูกป่าว)
ผมจำไม่ได้เหมือนกันว่าเป็นตัวอะไร ไม่รู้ว่าใช่ปลิงทะเล หรือ ว่าทาก หรือ ป่าว
ตัวมันแปลก ๆ ดี .... แล้วก็สำรวจไปเรื่อย ๆ พอได้เวลา เราก็รีบมุดขึ้นสู่ผิวน้ำ ..... กัน
พอได้เวลาเย็น แล้ว ผมและพี่ ๆ ทุกคนบนเรือ ก็เดินทางกลับโรงแรมที่พักกัน
เพื่อที่จะไปพักผ่อน นอน เอา แรง ต่อสู้กันในวันพรุ่งนี้อีก
6 สิงหาคม 2549
วันนี้ผมกับพี่บี ตื่นกันมาแต่เช้า เนื่องจากเมื่อวานหลับไปตอน 2 ทุ่ม กว่า ๆ
นอนรวดเดียวเลย .... ตื่นมาแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามาก เนื่องจากพักผ่อนแบบเต็มอิ่ม
วันนี้สถานที่ที่เราจะไปดำ คือ ที่เดิมคือ เกาะสาก เนื่องจากคลื่นลมแรง จึงงดโปรแกรมเกาะริ้นไปโดยปริยาย
แต่วันนี้เราจะเปลี่ยนจุดดำกันคือ ไดฟ์แรก ในช่วงเช้า จะดำบริเวณด้านหน้าเกาะ แต่ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่
แต่ที่น่าสนใจก็คือ ช่วงบ่าย ๆ จะเป็นการดำรอบ ๆ กองหินรอบ ๆ เกาะสาก ความลึกระดับ 13 เมตร
ซึ่งที่นี่เองทำให้ผมได้พบกับปะการังแข็งจำนวนหนึ่ง
พร้อมกับฝูงปลา แล้ว ก็พวกหอยเม่น ฟองน้ำครก
แล้วก็สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ อีกมากมาย ๆ เราดำสำรวจกันได้พักใหญ่
ก็ได้เวลาขึ้นไปหายใจบนน้ำ เนื่องจากอากาศในถังเริ่มหมดแล้ว....
ขากลับบนเรือ เหล่านักเรียนทุกคน จะมีครูที่สอน คอยช่วยเหลือ
เรื่องการเขียน log book ที่เปรียบเป็นเสมือนบันทึกของนักดำน้ำ
พร้อมกับให้ Instructor เซ็นต์ให้ พร้อมกับประทับตรา
All Star Diving เป็นการเสรดสิ้นสำหรับนักดำน้ำ
มือใหม่ป้ายแดงแบบ Open Water Diver ทุกคน
เมื่อเดินทางมาถึงฝั่งเราทุกคนก็ ร่ำลา แยกย้าย
กันกลับ
โดยที่ได้แต่หวังว่าประสบการณ์ครั้งแรกครั้งนี้จะ จดจำ ตราตรึง
อยู่ในหัวใจของเราอีกตราบนานเท่านาน
และคงได้แต่หวังว่า พี่ ๆ เพื่อน ๆ ทุกคน คงมีโอกาส
ได้ร่วมดำน้ำด้วยกันอีก ในโอกาสต่อไป
*-*-*-*-*-*-*-*
ปล. คราวนี้ไม่มีกล้องถ่ายใต้น้ำ แต่เอารูปบนบกไปดูแทนก่อนแระกันน๊า แต่คราวหน้ารับรอง ไม่พลาดแน่ 55555
July 11 เที่ยวใกล้ ๆ แต่ประทับใจไม่รู้ลืมเที่ยวใกล้ ๆ แต่ประทับใจไม่รู้ลืม
ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นและมีจุดจบเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นอะไร
และ การเดินทางของผมในครั้งนี้ ก็อีกเช่นเคย
มีการเริ่มต้น....เนื่องจากช่วงนี้มีปัญหา
ไม่สบายใจเท่าไหร่นักกับที่บ้านของผม ....
จึงทำให้
ผมเริ่มต้นเดินทางอีกครั้งหนึ่ง
จุดมุ่งหมายของผมในครั้งนี้คือ
หาดชะอำ...ตลาดน้ำดำเนินสะดวก...อุทยาน ร.2
กลางดึกคืนนั้น ผมจึงหยิบกล้อง ถ่ายรูป พร้อมกล้องวีดีโอตัวเก่งของผม
ออกเดินทางจาก กทม.ในเวลา ตี 1 ของเช้าวันอังคาร โดยมีเพื่อนซี้ ของผมคือ มิกซ์
เป็นเพื่อนร่วมเดินทางกับผมในการเดินทางครั้งนี้ด้วย ....
เรามุ่งหน้าสู่ ถ.ธนบุรีปากท่อ ขับเรื่อย ๆ โดยผ่าน จ.สมุทรสาคร ,สมุทรสงคราม , ราชบุรี
และเพชรบุรี เราใช้เวลาให้การเดินทางจาก กทม. มาถึงชะอำ ประมาณ 2 ชม.ครึ่ง
เนื่องจาก ถนนระหว่างทางมีการก่อสร้าง และ ถนนสองข้างทางมืดมาก
เราจึงขับไปเรื่อย ๆ .................. โดยไม่เร่งรีบอะไรนัก
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
เราเดินทางมาถึง หาดชะอำ จ.เพชรบุรี เวลา ตี 3 กว่า ๆ
และได้นั่งเก้าอี้ผ้าใบ ริมหาด ซึ่งบรรยากาศ สวยมาก
เนื่องจากท้องฟ้าสว่างไปด้วยแสงจากเรือประมงที่จอดอยู่
เรียงรายห่าง ๆ จากฝั่ง ผมจึงนอนเล่นมองดูเกลียวคลื่น
และฟังเสียงคลื่นกระทบกับหาดทราย จนผลอยหลับไป
ซึ่งมาตื่นอีกที ตอนเกือบ 6 โมงเช้า.....
ด้วยความหวังที่ว่าเพื่อที่จะได้พบกับแสงแรกแห่งยามเช้า
ณ หาดชะอำแห่งนี้ .......แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง
เนื่องจากท้องฟ้ามีเมฆมากหรือเกิน จึงทำได้เพียงแค่เห็นแสง
โผล่พ้นก้อนเมฆเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
--*-*-*-*-*-*-*--
ผมจึงเดินทางออกตลาดน้ำดำเนินสะดวกทันที
เราขับรถมากันเรื่อย ๆ โดยสลับกันขับบ้างเป็นครั้งคราวเนื่องจาก
เริ่มจะง่วงนอนบ้างแล้วเพราะว่า นอนไปแค่ไม่กี่ ชม. เอง
เราขับรถมาเรื่อย ๆ ซึ่ง ฝนก็ตกตลอดทางมาเหมือนกัน
แต่ก็ไม่มากนัก...เราสองคนเดินทางมาถึง
ตลาดน้ำดำเนินสะดวก กันเวลา 8 โมงเช้าน่าจะได้
และ...เม็ดฝนก็ยังโปรยลงมาเรียกความชุ่มฉ่ำ ได้บ้างเป็นประปราย
เราสองคนจึงจัดแจงเดินชมตลาดน้ำดำเนินสะดวก
และได้ถ่ายรูป...พร้อมกับบันทึกกล้องวีดีโอไว้เพื่อเก็บความทรงจำต่าง ๆ เกี่ยวกับ
วิถีชีวิตของชาวตลาดน้ำดำเนินสะดวก
ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผมเป็นอย่างมาก และยิ่งไปกว่านั้น
ผมได้ลิ้มรสก๋วยเตี๋ยวเรือ ชาม ล่ะ 15 บาท ที่แสนอร่อย อีกด้วย
ซึ่งผมและเพื่อนกินไปคน ล่ะ 3 ชาม .........
พอทานอาหารเสรดเรา ก็มุ่งหน้าเดินทางสู่ อุทยาน ร.2
ซึ่งจะเสียค่าผ่านทางคนล่ะ 20 บาท ผมได้เดิมชม และถ่ายรูป พร้อมกับ
ถ่ายวีดีโอเก็บไว้อีกเช่นเคย ซึ่งในบริเวณบ้านทรงไทยนั้น
ผมไม่มีรูปเลย เนื่องจากทางอุทยาน ได้ติดป้ายห้าม บันทึกภาพใด ๆๆ ทั้งสิ้น
ไว้ตรงบันไดก่อนขึ้น.....ผมก็เลยได้แต่เก็บภาพบรรยากาศรอบ ๆ บ้านพักเรือนไทยแห่งนี้
และอุทยาน ร.2 แห่งนี้ ก็เต็มไปด้วยแมกไม้พรรณต่าง ๆ
และนกเป็นจำนวนมาก....ซึ่งมีอยู่
ตลอดเส้นทางเดิน 2 ฝั่งที่เดินเข้าไป
ซึ่งเมื่อเดินจนสุดทางเดินชมอุทยาน จะมีแม่น้ำแม่กลอง
ไหลผ่านอยู่ ซึ่งแม่น้ำแม่กลองที่ผมเห็น
ไหลแรงมากครับ คงเป็นเพราะ น้ำเหนือไหลบ่าลงมา
ซึ่งแม่น้ำแห่งนี้จะไหลลงไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ใน กทม.
และเมื่อเราเดินชมเสร็จ เราสองคนก็เดินทางกลับ
กทม. ไปอย่างสบาย ๆ พร้อมกับอากาศที่มืดคลื้ม
และเม็ดฝนที่พร้อมจะโปรยลงมาอีกระลอก.....
********---------------********---------------*********
July 02 คืนหนึ่งในกรุงเทพ เหตุเกิด ณ ถนนราชดำเนินคืนหนึ่งในกรุงเทพ
เมื่อวันศุกร์ที่ 30 มิ.ย. ผ่านมา
ผมได้มีโอกาสได้ไปเดินถ่ายรูป ณ ถนนราชดำเนิน
จุดมุ่งหมายของผมก็คือไปถ่ายรูปไฟ
ที่อยู่ที่ ถนน ราชดำเนิน นอก / กลาง / ใน
สนามหลวง ++ กระทรวกลาโหม
และเพื่อนร่วมทริปครั้งนี้ของผมก็คือ พี่ริน พี่สาวคนสวยของผม
ซึ่งรวมเดินทางและร่วมผจญภัยมาด้วยกันในหลายทริป ๆ แล้ว
และผมก็ปล่อยให้พี่เค้าได้ผจญภัยกับยุง ที่ รถไฟฟ้าใต้ดิน
เนื่องจากวันนั้นเป็นวันศุกร์สิ้นเดือน และ บวกกับเป็นวันฝนพร่ำ
ทำให้การจราจรใน กทม..เป็นอัมพาตอยู่หลาย ชม.
ผมออกเดินทางจากที่ทำงาน ตอนเวลา 19.40 น่าจะได้นะครับ
เรียกแท๊กซี่ ครับ จุดหมายปลายทางของผมคือ หัวลำโพงครับ
ครับ เวลาผ่านไป 15 นาที ผมติดอยู่ตรงโลตัสพระราม 4 ครับ
ผ่านไป 30 นาที ผมอยู่แยกคลองเตยครับ
ผ่านไป 45 นาที ผมติดอยู่สวนลุมครับ ที่นี่ติดนานมาก
ติดแบบเหมือนรถเสียเลย ไม่ขยับ ไม่เขยื่อน
ผมเริ่มเครียดดแระครับ เนื่องจากให้พี่เค้ารอนานมาก ๆๆๆ
ผมก็ไม่รู้ทำไง .... พอดีพี่เค้าก็โทรมาบอกว่าน้องไก่ ไปนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินเลย
ครับ เหมือนสวรรค์มาโปรด .... ผมปิ๊งเลย แบบเพิ่งจะคิดออกอ่ะ
แล้วก็รีบลงรถ และจ่ายตังค์ไป 150 บาท
แล้วก็รีบวิ่ง วิ่ง วิ่ง ๆ และก็วิ่ง ๆๆ
ขึ้นรถไฟฟ้ามา ถึงที่หมาย สถานีหัวลำโพง
แหะ ๆๆ
+++++++++++++++ ****** ++++++++++++++
แระ พอถึงก็ขอโทษพี่เค้าเป็นการใหญ่ ๆๆ ....
(พี่ก๊าบบ ผมขอโทษจิง ๆ ก๊าบบ)
ผมก็เลยเรียกรถ 3 ล้อ ไป ส่งที่ ภูเขาทอง ณ ถนนราชดำเนิน
เนื่องจากไม่มีรถแท็กซี่คันไหนไปเลย .....
พอถึงภูเขาทอง อากาศดีมากครับ
ฝนไม่ตกเลย แระพอไปถึงก็เห็นนักถ่ายภาพมากมาย
ทั้งมืออาชีพและก็มือสมัครเล่นอย่างพวกผม
เรา 2 คน เดินไปจุดหมายแรกคือ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
บอกตรง ๆ ครับ ครั้งแรกในชีวิตที่ได้เข้าใกล้กับ อนุสาวรีย์แห่งนี้
เนื่องจากส่วนมากจะนั่งรถผ่านมากกว่า...แต่มาวันนี้เลยได้เก็บรายละเอียดต่าง
ของอนุสาวรีย์ในมุมบางมุมที่เราไม่เคยเห็น และได้เห็นแบบชัด ๆ เต็ม ๆ ตา
สวยมากครับ อนุสาวรีย์แห่งนี้ เพราะเมื่อกระทบกับแสงไฟและไฟที่เปิด
บอกได้คำเดียวครับ ว่า มันช่าง more than word จิง ๆ ครับ
ผมกับพี่ริน ถ่ายรูปกันอยู่นาน
ผมถ่ายกล้องวีดีโอ ส่วนพี่ริน ก็ถ่ายรูป แบบกดกระจายเลย
พอถ่ายกันเสรดแล้วเราก็เดินทางต่อไปเรื่อย ๆ ตามถนน
เราเดินทางโดยใช้ทางเดินเกาะกลางถนน...บอกตรง ๆ ว่าหวาดเสียวครับ
แต่ก็ทำงัยอ่ะ แบบอยากได้ถ่ายรูปแบบใกล้ชิดนี่หน่า.....
เดินไปถ่ายรูปไป ถ่ายวีดีโอ ไป เพลินดีแท้ .....
ผมเดินไปเรื่อย ๆๆ จนถึงหนามหลวง ซึ่งก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันนะครับ
ที่รู้ว่าเค้ามีขายของแบบเปิดท้ายด้าย ...... เหมือนของที่ของถมเลยครับ
แปลก ๆ ดี ๆ ครับ เพราะบางอย่างก็เป็นของเก่า
บางอย่างก็เป็นอะไรแปลก ๆ ที่ผมไม่เคยเห็น
รวม ๆ แล้วก็ได้บรรยากาศดีครับ กับการเดินอย่างนี้
เดินไปเรื่อย จนไปถึงกระทรวงกลาโหม แล้วก็วัดพระแก้ว
แล้วเรา ก็นั่งรถกลับมาลงยังที่จุดเดิมอีก คือ บริเวณภูเขาทอง
แล้วผมก็เดินไปอีกเรื่อย ๆๆๆ ..... ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอไปเรื่อย
เดินไปจนถึง ลานพระรูปทรงม้า ผมก็เลยถือโอกาสไหว้และขอพรท่านด้วย
แล้วก็ถือโอกาศถ่ายรูป ๆๆๆ อีก ............
แล้วผมกับพี่รินก็กลับบ้าน เนื่องจากเดินไกลและก็เหนื่อยมาก ๆ
กับการเดินดูไฟในครั้งนี้
และเรา 2 คน ก็กลับไปพร้อมกับความประทับใจกับแสงไฟที่แสนสวย สดใส สว่าง ไสว
**** ------- +++++ ------- ****
ปล. พี่รินก๊าบบบ ขอโทษจิง ๆ นะครับ ที่ทำให้พี่รอนาน อย่าโกรธผมน๊า.......คราวหน้าผมจะมารอพี่แทนนะ ..อิอิ...
July 01 3 อุทยานแห่งชาติ กับ ล้านความประทับใจไม่ได้อัพได ซ๋ะนานเลยอ่ะ
เนื่องจากว่า เจ้าคอมตัวเก่ง ดันโดนวัยรัสซ๋ะนาน
ตอนนี้ก็เรียบร้อยแระ
แระในช่วงเวลาที่ไม่ได้อัพได
ก็ได้ไปเที่ยวมาอีกด้วย
ไปเที่ยวไหนนะเหรอ
เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง
เริ่มไงดีล่ะ
เอาเป็นว่าเป็นทริปชือ ตะลุย อุทยานแห่งชาติแระกันนะ
ไปวันไหนนะเหรอ ก็ไป
วันที่ 24-25 มิ.ย. ไง
ตอนแรกนึกว่าจะล่มซ่ะแระ สำหรับทริปนี้ เพราะเนื่องจากตอนแรก สมาชิกที่จะไปนะ มีเพียบเลย จนแทบไม่มีที่นั่งกันเลย
ก็กะว่าจะจองรถบัสไปแระ ............ แต่ไป ๆ มา จองได้แค่รถตู้ เนื่องจากสมาชิก ไป ไป มา มา เหลือกันแค่ 6 คนเอง
แต่ก็ไม่เป็นไร ไปกันกี่คนก็หนุก เท่ากันอยู่แล้ว ๆๆๆ ........ ทริปนี้เป็นทริปหารเฉลี่ย หารไปหารมาตอนแรก สมาชิกมาก
ก็หาร กันแค่คนล่ะ 1200 แต่หารไปหารมา ก็หารไป คน ล่ะ 2000 บาท (นี่หารแระน๊า) .........
แระทริปนี้ก็ ได้ฤกษ์ เราก็เลยได้จัดการเรื่องต่าง ๆ ของทริปนี้ ไม่ว่าจะเป็นจองที่พัก ของอุทยาน ซึ่งเราจะพักกันที่
อช.ป่าหินงาม กัน 1 คืน ซึ่งตรงนี้ก็ดีเพราะว่า ผมได้จองผ่านอาของผม ซึ่งอยู่ที่อุทยาน ซึ่งทริปของผมนี้ถือว่า
เป็นสิทธิพิเศษ เนื่องจากได้บ้านพักอยู่ติดกับ สวนหินงาม ซึ่งเป็นกรณีพิเศษ....เพราะไม่ค่อยได้มีใครได้พักด้านบนนี้
เนื่องจาก ทาง อช. เค้าจะปิดทางขึ้นไป อช.ทางด้านบน เวลา 18.00 น. แระเปิดประตูเวลา 6.00 น.
แล้วก็มาต่อด้วยเรื่องการจองรถ ผมได้โทรไปจองกับทางโอเชี่ยนสไมค์ ทัวร์ ทัวร์ที่ผมใช้บริการอยู่เป็นประจำนั่นเอง
ผมจองรถตู้ โตโยต้า ดี4ดี คันใหญ่ นั่งสบาย ๆๆๆๆๆ มาก ๆๆ พร้อมกับได้คนขับรถตัวใหญ่ ใจดี เรียกเสียงฮา ได้ตลอดการ
เดินทางครั้งนี้จิง ๆๆ .....
วันเดินทางวันแรก
เรานัดกับพี่ ๆ ทุกคนว่าจะเจอกันที่โลตัสพระราม 4 กันตอน 6 โมงเช้า แระรถออกเวลา 6.30 น. แต่ก็เป็นเราที่มาคนสุดท้าย แหะ ๆๆ (ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเอง มีปัญหากับเรื่อง เวลา มากพอสมควร เหมือนกับ ว่าบริหารเวลาการเดินทางไม่เป็นไงก็ไม่รู้อ่ะ ) พี่ ๆ เค้าก็รอกันหมดเลย อ่ะ แระสมาชิก ทั้งหมดก็มี คือ เรา คุณริน คุณบู่ คุณเก๋ คุณอัง คุณดิว ทั้งหมด 6 ท่าน
แระก็พี่คนขับรถตู้ของเรา พี่ยักษ์ ...... แระแล้วล้อก็เริ่มหมุน ออกเดินทางสู่ จ.ชัยภูมิ
จุดหมายแรกของเราคือ อช.ไทรทอง เราเดินทางมาถึงเวลาเกือบ 11.00
จุดหมายแรกอยู่ที่ อช.ไทรทอง แระที่ท่องเที่ยวที่เราจะไปกันก็คือ 1.ต้นไม้พันปี 2.น้ำตกไทรทอง แล้วเราก็จะเหมารถ
กระบะโฟร์วิล ขึ้นไปบนยอดเขา ซึ่งเราจะไปต่อกันที่ 1.ผาหำหด 2. ทุ่งบัวสวรรค์ ตั้งแต่ ทุ่ง ที่ 1-4 ทุ่ง ซึ่งทุ่งที่ไทรทอง
จะมีกระเจียวแทบทุกสี รวมไปถึงดอกกระเจียวขาวด้วย ..... เราเดิน สำรวจธรรมชาติ พร้อมกับชื่นชม ดอกไม้ ภูผา และ
หุบเหวกันได้สักพัก เมฆก็ได้ก่อตัวขึ้น สักพัก ฝนก็กระหน่ำลงมา อย่างไม่ขาดสาย ชาวทริปเดินทางของเราก็ได้แต่ภาวนา
กันให้ฝนหยุดเร็ว ๆๆ และไม่นานฝนก็หยุด แต่เราก็มีหมอกเข้ามาแทน ซึ่งหมอกลงจัดมากที่ อช.ไทรทองนี้
แระเราก็ถือว่าโชคดีมาก เพราะบรรยากาศในการถ่ายรูปถือว่า โอเค มากเพราะ จะมีหมอกลง ซึ่งจะได้บรรยากาศไปอีกแบบ...... ระยะทางทั้งหมด ในการเดินทางชมที่ อช.ไทรทองนี้ประมาน 1.7 กม. ไปกลับ ก็ เอา 2 คูณ
เฮ้อ ๆๆ เหนื่อย ๆๆ ......... แล้วเราก็กลับออกมาจาก อช.ไทรทอง เริ่มมุ่งหน้าสู่ อช.ป่าหินงาม
เราเริ่มออกเดินทางกันเวลา 17.40 น. น่าจะได้ ถึงประมาน 19.30 น. ซึ่งคุณอาของผมรอรับอยู่ที่บ้านพักแล้ว
เมื่อถึงเสรดเราก็ทานข้าว แระก็นั่งคุยกันได้สักพัก ก็เข้านอน ราตรีสวัสดิ์ ....(อุณหภูมิอยู่ที่ ราว 20-25 องศา)
วันที่สอง
วันนี้พวกเราตื่นกันมาแต่เช้า แระโปรแกรมแรกของวันนี้ก็คือ สวนหินงาม ซึ่งเป็นสวยหินขนาดใหญ่ ที่มีหินรูปแปลกตา
ต่าง ๆ มาก มาย เราใช้เวลาเดินสำรวจแระถ่ายรูป ณ ที่นี้ประมาน 2 ชม. แล้วเราก็มุ่งหน้าสู่ทุ่งดอกกระเจียว
แระก่อนที่เราจะเดินทางไปชมทุ่งดอกกระเจียว เราได้ไปชม จุดชมวิว สุดแผ่นดิน ซึ่งสูงมาก
เมื่อมองจากจุดชมวิวสุดแผ่นดิน จะเห็นวิวด้าน ล่างคือ ป่าซํบลังกา ซึ่งเป็นป่าดิบชื้น ทึ่สวยงามมาก
แล้วเสรด เราก็เดินไปตามไหล่เข้า ลัดเลาะไปตามแนวเขา ที่มีนักเดินทางบุกเบิกเอาไว้เพื่อเดินลัดไปสู่ ทุ่งดอกกระเจียว
ซึ่งเมื่อมาถึง ก็พบว่า ทุ่งดอกกระเจียว สวยงามมาก สมกับเป็นทุ่งจิง เพราะเมื่อมองดู ก็จะเป็นว่า
ดอกกระเจียวสีชมพู ตัดกับทุ่งหญ้าอันเขียวขจี สวยงามมากจิง ๆๆ เราใช้เวลาเดินชมธรรมชาติประมาน 2-3 ชม. ได้
แล้วเราก็มุ่งหน้าสู่ ศาลเจ้าพ่อพญาแล พ่อเมืองแห่ง จ.ชัยภูมิ โดยมีคุณอาของผมนำทางตลอดการเดินทางให้
หลังจากเรานมัสการเจ้าพ่อพญาแลกันเสรด ทริปสุดท้ายของการเดินทางนี้ก็คือ อช.น้ำตกตาดโตน
เราใช้เวลา เดินทางประมาน 30 นาที เราก็มาถึง อช.น้ำตกตาดโตน เราต้องเดินเท้าเข้าไปทางน้ำตกด้านใน
ซึ่งตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ และ นกน้อยใหญ่ ต่าง ๆ ซึ่งที่นี่ ก็เป็นที่ไว้ใช้สำหรับดูนก พันธุ์ต่าง ๆ ได้มากมายเหมือนกัน ........ พอถึงน้ำตก ก็ไม่ผิดหวังเลย เพราะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ น้ำเยอะ อากาศเย็นชุ่มช่ำ
เราสัมผัสกับบรรยากาศแระ เก็บบันทึกภาพควาทรงจำกันอยู่นาน สมาชิกของเราก็เดินทางกลับ
กทม . โดยสวัสดิภาพ
เป็นไงครับ อ่านมาเหนื่อยหรือป่าว จิง แระ อยากจะบรรยายมากกว่านี้ก็กลัวจะขี้เกียจอ่านกันซ๋ะก่อน
ทริปนี้ต้องขอบคุณ
1.สมาชิกร่วมทริปทุกท่านที่ทำให้มีทริปดี ๆ อย่างนี้เกิดขึ้นได้
2.พี่ยักษ์ คนตัวใหญ่ ใจดี น้ำใจสูง ...... (ผมว่าพี่ไปเล่นตลกเหอะ อย่ามาขับรถตู้เลย) 55555
ลองไปดูรูปบางส่วนแระกันนะ ......
หรือถ้าอยากเอาแบบจุใจ ก็เข้าไปในโฟร์โต้แระกันน๊า......
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|